วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2555

ตัวอย่างการใช้งาน Illustrator ออกแบบเว็บไซต์ (ตอนที่ 2) Illustrator


5.พิมพ์ตัวอักษร

พิมพ์ตัวอักษร โดยคลิกที่เครื่องมือ tool รูปตัว T จากนั้นก็คลิกที่เอกสารก็สามารถพิมพ์ตัวอักษรได้ 



เมื่อออกแบบเสร็จแล้วจะเป็นดังรูป



6.การตัดรูป Crop
   จะทำการตัดรูปโดยการสร้างรูปสี่เหลี่ยมขึ้นมาเป็นขนาดของรูปที่ต้องการตัด (Crop) จากนั้นก็ให้เลือกที่ Object > Crop Area > Mark จะได้พื้นที่ Crop ดังรูป



7.Save รูป
  โดยเลือกที่ file > save for web จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูป 



จะเห็นว่ามีหน้าจอ 4 อันเพื่อให้เราสามารถเลือกเปรียบเทียบได้ว่าจะ save แบบใด

อ้างอิง  http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/43

ตัวอย่างการใช้งาน Illustrator ออกแบบเว็บไซต์ (ตอนที่ 1) Illustrator


  ในบทความนี้จะเป็นการใช้งานโปรแกรม Illustrator ในการออกแบบเว็บไซต์ จะเป็นบทความที่ต่อเนื่องกับ ทดลองใช้ Dreamweaver ทำเว็บเพจ 


ขั้นตอนการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Illustrator
1.สร้างเอกสารใหม่ 
    โดยคลิกที่ file > new ดังรูป 



เมื่อคลิกที่ new จะมีหน้าต่างสร้างเอกสารใหม่ขึ้นมา มีรายละเอียดดังนี้

Name ชื่อของเอกสาร 
Size ขนาดมาตราฐานของเอกสาร 
Units หน่วยที่ใช้ 
Width ความกว้างของเอกสาร 
Height ความสูงของเอกสาร 
Orientation เอกสารวางแนวตั้ง หรือแนวนอน
Color Mode มีให้เลือก 2 แบบคือ 

        1.CMYK เป็นโหมดสีที่ใช้กับสิ่งพิมพ์ 
        2.RGB เป็นโหมดสีที่ใช้กับการแสดงผลทางจอภาพเป็นหลัก 



เมื่อคลิก ok ก็จะมีเอกสารว่างขึ้นมา 

2.การเปิดหน้าต่างที่ซ่อนอยู่
illustrator จะมีหน้าต่างเครื่องมือซ่อนอยู่ ซึ่งสามารถเปิดได้โดยคลิกที่ window และเลือกหน้าต่างที่ต้องการใช้งาน ในบทความนี้จะบอกชื่อเครื่องมือที่ใช้ และให้ผู้อ่านเปิดเครื่องมือได้จาก window ดังภาพ



3.สร้างรูปสี่เหลี่ยม
สร้างสีเหลี่ยมด้วย เครื่องมือ tool ดังรูปโดยคลิกที่รูปสี่เหลี่ยม เมื่อต้องการวาดรูปสี่เหลี่ยมก็ให้คลิกเมาส์ค้างไว้และลากให้ได้ขนาดที่ต้องการ 


หรือคลิกที่พื้นที่เอกสารจะมีช่องให้กรอกขนาดของช่องสี่เหลี่ยม ดังรูปให้กรอกสี่เหลี่ยมขนาด 800 x 600px 



ใส่สีให้รูปสี่เหลี่ยมโดย คลิกเมาส์ที่ tool จะเห็นว่ามีรูปลูกศรสีดำอยู่ เมื่อคลิกที่รูปลูกศร เมาส์จะเปลี่ยนเป็นรูปลูกศรสีดำเช่นเดียวกัน 
เมื่อเมาส์เป็นรูปลูกศรแล้วก็ให้คลิกที่รูปสี่เหลี่ยม และไปที่เครื่องมือ tool จะเห็นว่ามีสีอยู่ 2 ชนิดทับกันอยู่ สีที่อยู่ด้านล่างคือสีพื้น สีที่อยู่ด้านบนคือสีขอบ จากนั้นให้คลิกที่เครื่องมือ color ก็จะใส่สีให้สี่เหลี่ยมที่เราวาดขึ้นมาได้ 



4.สร้างรูปสี่เหลี่ยมแบบมุมมน
คลิกที่รูปสี่เหลี่ยมค้างไว้จะมี หน้าต่างเล็กๆขึ้นมา ให้เลือกที่รูปสี่เหลี่ยมมุมมน ดังรูป 



    สร้างรูปสี่เหลี่ยมมุมมนขนาด 215 x 100px และรูปสี่เหลี่ยมขนาด 215 x 550px เราจะทำการรวมรูปสี่เหลี่ยม 2 อันนี้เข้าด้วยกัน โดยวางสี่เหลี่ยม 2 รูปให้ทับกัน และเลือกเครื่องมือ parthfinder รูปที่สี่เหลี่ยมทับกัน 
    เมื่อคลิกแล้วจะได้รูปสี่เหลี่ยมรวมกัน ดังรูปทางขวามือ 



ใส่สีให้กับรูปสี่เหลี่ยมผสมโดยคลิกที่รูปสี่เหลี่ยม แล้วไปที่เครื่องมือ Gradient ถ้าต้องการสีใดก็ให้เลือกจาก สีด้านบน



อ้างอิง http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/42

การบีบอัดไฟล์รูป (Photoshop)


    ถึงแม้ว่ารูปจะมีข้อดีมากมาย แต่ถ้าเรามีรูปในเว็บเพจมากเกินไป หรือไฟล์รูปที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เว็บไซต์ของเราโหลดได้ช้ามาก ซึ่งแน่นอนว่าไม่สามารถมีใครอดทนรอได้นานๆ ในหัวข้อนี้จะกล่าวถึงเครื่องมือที่ใช้ในการบีบอัดไฟล์รูปให้เล็กลงโดยไม่โดยภาพไม่เสียความชัดเจนไป

     ปัจจัยที่จะกระทบต่อความเร็วในการแสดงผลเว็บไซต์ ได้แก่ ขนาดของรูปภาพที่ใช้ จำนวนของรูปภาพที่ใช้ และปริมาณของตัวอักษรที่ อยู่บนหน้านั้นๆ อนึ่งความเร็วในการแสดงผลเว็บไซต์ อาจอยู่ที่ Server ที่เว็บไซต์นั้นๆอยู่ว่ามี ความสามารถสูงเพียงใด ขนาดของรูปภาพที่ใช้ควรจะมีขนาดไม่เกิน 20-30K ต่อรูป ส่วนประเภทของ รูปนั้นควรเป็น GIF หรือ JPEG ถ้าขนาดของรูปภาพใหญ่เกินไป อาจตัดแบ่งให้ขนาดเล็กลง และใช้ ตารางช่วยในการจัดรูปภาพนั้นๆ
ชนิดของไฟล์ที่ใช้ในการบีบอัดภาพ
    ชนิดของไฟล์ (format) ที่ใช้ในการบีบอัดรูปได้แก่ GIF , JPEG และ PNG ซึ่งเราจะใช้ฟอร์แมตใดก็ต้องทำความเข้าใจลักษณะในการบับอัดข้อมูลของแต่ละฟอร์แมต เพื่อให้เราสามารถเลือกใช้ได้ถูกต้อง 

    1.JPEG สำหรับภาพถ่าย หรือภาพวาดที่มีจำนวนสีมากๆ 
    2.GIF , PNG-8 สำหรับภาพที่มีลักษณะเป็นลายเส้น หรือภาพที่ไม่ต้องการให้มีพื้นหลัง รูปที่ไม่มีการไล่สี เช่นภาพการ์ตูน ภาพที่มีจำนวนสีน้อยๆ เช่น โลโก้ 
    3.PNG ใช้กับภาพถ่ายที่ต้องการให้มีลักษณะโปร่งแสง ไฟล์ที่อัดแล้วจะมีขนาดใหญ่กว่า JPEG แต่มีคุณภาพความคมชัดสูงกว่า 


โปรแกรมที่ใช้ในการบีบอัดภาพ
    เราอาจนำภาพที่บีบอัดแล้ว มาอัดซ้ำให้ได้ขนาดตามที่เราต้องการก็ได้ โดยโปรแกรมที่แนะนำให้ใช้ก็คือ Photoshop หรือ Illustrator สามารถใช้งานได้เหมือนกัน เนื่องจากว่า 2 โปรแกรมนี้มีเครื่องมือที่ทำให้การบีบอัดไฟล์ง่ายขึ้น และเปรียบเทียบการบีบอัดแต่ละชนิดได้ง่าย 

การบีบอัดไฟล์ JPEG โดยใช้ Photoshop
    1.เปิดภาพนั้นขึ้นมาด้วยโปรแกรม Photoshop , illustrator จากนั้นไปที่ File > Save for web ดังรูป 



    2.จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูป



    3.เริ่มจากทางซ้ายมือ บนสุดเลือก 4-up เป็นการระบุหน้าที่ใช้เปรียบเทียบให้มี 4 หน้า 
    4.ให้เลือกหน้าใดหน้าหนึ่งใน 4 หน้า แล้ว ไปที่ ส่วนที่ใช้ปรับชนิดและคุณสมบัติต่างๆของไฟล์ มีรายละเอียดที่จำเป็นต้องทราบดังนี้ 
       4.1.Preset เลือกชนิดของไฟล์ที่เราต้องการ ในหัวข้อนี้ก็เลือก JPEG 
       4.2.หัวข้อใต้ Preset ใช้เลือกคุณภาพของรูปว่าต้องการแบบได้ High , Medium , Low ยิ่งต่ำมากไฟล์ยิ่งเล็ก แต่คุณภาพของรูปก็จะลดลงไป 
       4.3.Quality เลือกคุณภาพของภาพ ดีสุดอยู่ที่ 100
       4.4.Blur ปรับ Focus ของภาพ รูปจะดูนุ่มนวลขึ้นเมื่อปรับค่านี้ 
 5.เราสามารถปรับขนาดของรูปได้โดยคลิกที่ image size และใส่ขนาดที่เราต้องการลงไปเพียงค่าเดียว จะ height หรือ width ก็ได้โปรแกรมจะปรับขนาดรูปตามที่เราต้องการ 
 6.คลิก Save ก็จะได้รูปที่ทำการบีบอัดแล้ว 

หมายเหตุ การ save ไฟล์ เราจะ save ทับไฟล์เดิมหรือ save เป็นไฟล์ใหม่ก็ได้ 


การบีบอัดไฟล์ GIF โดยใช้ Photoshop
    1.เปิดภาพนั้นขึ้นมาด้วยโปรแกรม Photoshop , illustrator จากนั้นไปที่ File > Save for web ดังรูป 



    2.จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูป



    3.เริ่มจากทางซ้ายมือ บนสุดเลือก 4-up เป็นการระบุหน้าที่ใช้เปรียบเทียบให้มี 4 หน้า 
    4.ให้เลือกหน้าใดหน้าหนึ่งใน 4 หน้า แล้ว ไปที่ ส่วนที่ใช้ปรับชนิดและคุณสมบัติต่างๆของไฟล์ มีรายละเอียดที่จำเป็นต้องทราบดังนี้ 
     4.1.Preset เลือกชนิดของไฟล์ที่เราต้องการ ในหัวข้อนี้ก็เลือก GIF 
     4.2.Color เลือกจำนวนสีที่ใช้ในภาพ 
     4.3.Dither เลือกให้มีการชดเชยสี ภาพจะแสดงการไล่สีที่นุ่มนวลขึ้น 
     4.4.Transparency เลือกให้ไม่มีพื้นหลัง จะเห็นว่าภาพจะสีลายตารางหมากรุกด้านหลัง เพื่อเป็นการบอกว่าภาพนี้ไม่มีพื้นหลัง 
   5.เราสามารถปรับขนาดของรูปได้โดยคลิกที่ image size และใส่ขนาดที่เราต้องการลงไปเพียงค่าเดียว จะ height หรือ width ก็ได้โปรแกรมจะปรับขนาดรูปตามที่เราต้องการ 
   6.คลิก Save ก็จะได้รูปที่ทำการบีบอัดแล้ว 

หมายเหตุ การ save ไฟล์ เราจะ save ทับไฟล์เดิมหรือ save เป็นไฟล์ใหม่ก็ได้ 

อ้างอิง http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/54

แสดงผลเว็บเพจของคุณใน browser Dreamweaver


    ถึงแม้ว่า Dreamweaver จะแสดงผลเสมือนจริง แต่ก็ยังไม่ถูกต้องเสมอไป สุดท้ายเราก็ต้องดูผ่าน browser อยู่ดีว่าเว็บเพจที่เราเขียนนั้นเป็นอย่างไร 

    การแสดงผลของเว็บเพจที่เราเขียนนั้นอาจแสดงผลไม่เหมือนกันถ้าเราเปลี่ยน Browser เช่น ถ้าเราใช้ Internet Explorer อาจแสดงผลไม่ตรงกับ Firefox ก็ได้ การทำเว็บที่ดีเราควรตรวจสอบผ่าน Browser หลายๆตัว เผื่อไว้สำหรับผู้ใช้งานด้วย
    เมื่อเราลงโปรแกรม Dreamweaver นั้นโปรแกรมจะทำการหา Browser ในเครื่องของเราเตรียมไว้อยู่แล้วซึ่งถ้าเราต้องการจะแสดงผลหน้าเว็บเพจที่เราทำอยู่ก็สามารถ กดปุ่ม F12 ที่คีบอร์ด หรือไปที่ Document tool bar จะเห็นรูปลูกโลกเมื่อคลิกก็จะเป็นการแสดงเว็บเพจของเราใน Browser เหมือนกัน 
   ในกรณีที่เราต้องการตั้งค่า Browser ที่ใช้ในการแสดงผลเองก็สามารถทำได้โดยไปที่ Menu ไปที่คำว่า File > Preview in Browser > Edit browser list ก็จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูปให้เราสามารถแก้ไขเพิ่ม Browser ที่ใช้ในการแสดงผลได้ 



    ใน Dreamweaver CS3 มีการแสดงผลผ่าน Browser ของโทรศัพท์มือถีอได้ด้วยโดยสามารถดูการแสดงผลผ่านมือถือได้ โดยไปที่ File > Preview in Browser > Device Central ก็จะแสดงผลดังรูปด้านล่าง 



อ้างอิง http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/52

Adding Meta Tags สำหรับการค้นหาของ Search Engine Dreamweaver


   Search Engine เป็นเครื่องมือที่ใช้ในการค้นหาเว็บไซต์ โดยเราทำการใส่คำที่ต้องการค้นหา (keywords) ลงไป Search Engine จะทำการค้นหาเว็บไซต์ที่ใกล้เคียงกับ keywords ออกมาแสดง 

Search Engine ที่มีชื่อเช่น www.google.com , www.yahoo.com 

    หลักการทำงานของ Search Engine คือจะเขียนโปรแกรมค้นหาเว็บไซต์ในอินเทอร์เนต และทำการเก็บรายละเอียดเว็บไซต์เอาไว้ในฐานข้อมูล เมื่อมีผู้ใช้บริการ Search Engine ก็จะหาเว็บไซต์ที่มีข้อมูลตรงกับฐานข้อมูลมากที่สุด 
   โปรแกรมที่ใช้ค้นหาเว็บไซต์ เราจะเรียกว่า bots หรืออาจมีชื่ออื่นแล้วแต่ผู้คิดค้นว่าจะตั้งให้ชื่ออะไร สิ่งที่ bots เข้ามาค้นหาในเว็บไซต์นั้นก็จะมีเนื้อหาของเว็บไซต์ , ลิงค์ต่างๆ และ Meta tags 

    Meta tags เป็นข้อความที่เราประกาศเอาไว้ใน Code จะไม่แสดงผลในเว็บเพจ โดยเป็นเนื้อหาที่เกี่ยวกับเว็บไซต์ , Keywords ที่ใช้ที่เกี่ยวข้อกับเว็บไซต์ Search Engine จะทำการเก็บรายละเอียดพวกนี้ไว้อ้างอิงเว็บไซต์เรา ถ้าเราไม่เขียนก็ได้ แต่ Search Engine จะทำการหาข้อความ หรือเนื้อหาที่ปรากฏอยู่ในเว็บไซต์ไปแทน ซึ่งอาจไม่ใช่ใจความสำคัญ หรือส่วนสำคัญของเว็บไซต์ของเราก็ได้ จะเป็นการดีมากถ้าเราสละเวลาเล็กน้อยเพื่อเขียนรายละเอียดส่วนนี้ 

ขั้นตอนการแทรก Meta tags ในเว็บเพจ
Meta tags ที่เราจะแทรกนั้นจะมี 2 อย่างคือ 
   1.Description เป็นส่วนที่ใช้บอกรายละเอียดของเว็บเพจแบบคร่าวๆ 
   2.Keywords เป็นส่วนที่ใช้บอก คำที่เกี่ยวข้องกับเว็บเพจหน้านี้ เป็นคำที่ใช้ในการค้นหาหน้านี้ 

การแทรก Meta tags ในส่วนของ Description 

1.เปิดหน้าเว็บเพจที่เราต้องการแทรก Meta tags ขึ้นมา 
2.ไปที่ Menu เลือก Insert > HTML > Head Tags > Description ดังรูปด้านล่าง
3.จะมีกล่องข้อความขี้นมาให้เราเขียนรายละเอียดลงไปในกล่องนั้น ใส่ได้เฉพาะตัวอักษรห้ามใส่ Code ต่างๆ จะเป็นภาษาอังกฤษ หรือไทยก็ได้ 
4.คลิก OK ก็จะแทรก Meta tags เรียบร้อย 



การแทรก Meta tags ในส่วนของ Keywords 


1.เปิดหน้าเว็บเพจที่เราต้องการแทรก Meta tags ขึ้นมา 
2.ไปที่ Menu เลือก Insert > HTML > Head Tags > Keywords 
3.จะมีกล่องข้อความขี้นมาให้เราเขียนรายละเอียดลงไปในกล่องนั้น การใส่ Keywords จะใส่เป็นคำและคั่นด้วย (,) เช่น สอนทำเว็บ , dreamweaver เป็นต้น 
4.คลิก OK ก็จะแทรก Meta tags เรียบร้อย 

อ้างอิง http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/51

ปรับแต่งเว็บเพจด้วย Page Properties Dreamweaver


   Page propertiese สามารถทำให้เราปรับแต่งเว็บเพจของเราได้ ทั้งพื้นหลัง , ชนิดตัวอักษร , รูปแบบของ hyperlink และอื่นๆ อีกมากที่เราสามารถปรับได้ด้วยเครื่องมือนี้ 


การใช้งานเครื่องมือ Page Properties สามารถทำได้ดังนี้
    1.เปิดเว็บเพจที่ต้องการปรับแต่ง 
    2.ไปที่ Menu เลือก Modify > Page Properties 
    3.จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูปด้านล่าง 





ทดลองเปลี่ยน พื้นหลัง , ชนิดของ font , สีของตัวอักษร , ระยะห่างของวัตถุกับหน้าเว็บเพจ
    1.เปิดหน้าเว็บเพจที่ต้องการปรับแต่ง 
    2.ไปที่ Menu เลือก Modify > Page Properties 
    3.จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูปด้านล่าง 
    4.ที่ categoty ทางซ้ายมือเลือก appearance จะมีหน้าจอให้ปรับดังรูป 



รายละเอียดต่างๆของเครื่องมือมีดังนี้ 

    1.Page font ใช้ปรับแต่งชนิดของ font ที่แสดงผล ด้านหลังจะมีสัญลักษณ์ B (ทำให้แสดงผลในหน้านี้เป็นตัวหนาทั้งหมด) และ I (ทำให้แสดงผลในหน้านี้เป็นตัวเอียงทั้งหมด) สามารถเลือกคลิกได้
    2.Size ในช่องนี้คือขนาดของตัวอักษรที่จะแสดงในเว็บเพจ 
    3.Text color ใช้กำหนดสีของตัวอักษรที่จะแสดงในเว็บเพจ โดยคลิกที่กล่องสีเหลี่ยมจะมีสีให้เลือก
    4.Background Color ใช้กำหนดสีพื้นหลังของเว็บเพจ โดยคลิกที่กล่องสีเหลี่ยมจะมีสีให้เลือก 
    5.Background image ใช้กำหนดภาพพื้นหลังของเว็บเพจ โดยคลิกที่ Browse จะมีหน้าต่างให้เลือกภาพที่จะใช้แสดงเป็นพื้นหลัง 
    6.Repeat ใช้กำหนดการแสดงผลของภาพพื้นหลัง โดยมีคำสั่งดังนี้ 

        1.no-repeat ให้แสดงผลภาพพื้นหลังเพียงครั้งเดียว 
        2.repeat ให้แสดงผลภาพพื้นหลังซ้ำกันหลายๆครั้งจะเต็มพื้นที่เว็บเพจ 
        3.repeat-x ให้แสดงผลภาพพื้นหลังซ้ำกันเฉพาะในแนวนอนเท่านั้น 
        4.repeat-y ให้แสดงผลภาพพื้นหลังซ้ำกันเฉพาะในตั้งนอนเท่านั้น 

    7.Margin เป็นคำสั่งที่ใช้กำหนดระยะห่างของตัวอักษร และภาพ กับเว็บเพจ มีรายละเอียดดังนี้ 
        1. left margin กำหนดให้วัตถุทุกอย่างห่างจากขอบเว็บเพจทางซ้ายเป็นระยะที่เรากำหนด 
        2. right margin กำหนดให้วัตถุทุกอย่างห่างจากขอบเว็บเพจทางขวาเป็นระยะที่เรากำหนด 
        3. top margin กำหนดให้วัตถุทุกอย่างห่างจากขอบเว็บเพจด้านบนเป็นระยะที่เรากำหนด 
        4. bottom margin กำหนดให้วัตถุทุกอย่างห่างจากขอบเว็บเพจด้านล่างเป็นระยะที่เรากำหนด 
    คลิกโอเค เว็บเพจก็จะปรับหน้าตามที่เราได้ตั้งไว้ 



เปลี่ยนสีของตัวอักษรที่เป็น Hyperlink
เราสามารถเปลี่ยนสี ขนาด การขีดเส้นใต้ ของตัวอักษรที่เป็น Hyperlink ได้ตามขั้นตอนด้านล่าง 

    1.เปิดหน้าเว็บเพทที่ต้องการปรับแต่ง 
    2.ไปที่ Menu เลือก Modify > Page Properties 
    3.จะมีหน้าต่างขึ้นมาดังรูปด้านล่าง 
    4.ที่ categoty ทางซ้ายมือเลือก link จะมีหน้าจอให้ปรับดังรูป 



รายละเอียดต่างๆของเครื่องมือมีดังนี้ 

    1. Link font เป็น font ที่จะใช้แสดงตัวอักษรที่เป็น hyperlink ด้านหลังจะมีสัญลักษณ์ B (ทำให้ตัวอักษรที่เป็น hyperlink เป็นตัวหนาทั้งหมด) และ I (ทำให้ตัวอักษรที่เป็น hyperlink เป็นตัวเอียงทั้งหมด) สามารถเลือกคลิกได้
    2. Size ปรับขนาดของตัวอักษรที่เป็น hyperlink 
    3. การปรับสีของ hyperlink เมื่ออยู่ในสถานะต่างๆ มีรายละเอียดดังนี้ 
        1.Link Color เป็นสีที่ใช้แสดง Hyperlink ที่เรายังไม่เคยคลิกเปิดดู 
        2.Visited Links เป็นสีที่ใช้แสดง Hyperlink ที่เราเคยคลิกเปิดดูแล้ว 
        3.Rollover Links เป็นสีที่ใช้แสดง Hyperlink เมื่อมีเมาส์วางอยู่ด้านบน 
        4.Active Links: เป็นสีที่ใช้แสดง Hyperlink เมื่อเราคลิกที่ hyperlink
     4.ปรับการขีดเส้นใต้ของ Hyperlink มีรายละเอียดดังนี้ 
        1.Always underline ให้แสดงเส้นใต้ในทุกกรณี 
        2.Never underline ไม่แสดงเส้นใต้ในทุกกรณี 
        3.Show underline only on rollver แสดงเส้นใต้เฉพาะตอนที่มีเมาส์อยู่ด้านบนเท่านั้น 
        4.Hide underline on rollver ปรกติจะแสดงเส้นใต้ แต่เมื่อเมาส์อยู่ด้านบนไม่ต้องแสดงเส้นใต้ 
       คลิกโอเค Hyperlink ก็จะปรับหน้าตามที่เราได้ตั้งไว้ 



จริงแล้วการตั้ง page properties เป็นการกำหนด CSS ในเว็บเพจนั้นเองเราสามารถดูรายละเอียด CSS ที่เรากำหนดได้ที่ code หรือที่ vertical docking panel ในหัวข้อ CSS ดังรูปด้านล่าง(สามารถศึกษาเรื่อง CSS เพิ่มเติมได้ในเว็บไซต์ของเรา) 

 

อ้างอิง http://www.hellomyweb.com/index.php/main/content/50